25/6/53

ในที่สุดก็ต้องเจอ..ดีจนได้

แม่บุญเกิดอาการปวดท้อง..มันค่อย ๆ เริ่มทีละน้อย ๆ ๆ ต่อมาตัวเริ่มเย็น หน้าซีดเป็นไก่ต้ม มีอาการเหมือนจะเป็นลม คิดว่าเหนื่อยจากการปั่นจักรยานเลยขอนอนพักบนเตียง ..ไม่ถึงสิบนาที แม่บุญรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ ทั้งถ่าย ทั้งอาเจียน แบบสุด ๆ ของที่สุด มิเชลตกใจเพราะหากเกิดะไรขึ้นเราจะไปหาหมอที่ไหน แกทำอะไรไม่ถูก จนแม่บุญบอกให้ไปบอกรีเชฟชั่น เผื่อเขาจะมียาช่วยได้ เราสองคนประมาทที่ไม่ได้เตรียมยาสามัญประจำบ้านมากันเลย


รีเชฟชั่นรีบมาดูอาการแม่บุญ จับมือ จับท้อง สักพักก็หายไป กลับมาพร้อมชาพม่าในมือ แล้วบอกให้แม่บุญดื่มให้หมด แม่บุญดื่มอย่างที่บอก...นอนพักอีกครั้ง แต่หัวยังไม่ถึงหมอน คราวนี้เหมือนไส้ในท้องมันจะออกมาด้วย เพราะอาเจียนแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ข้าวที่กินไปตอนเที่ยงมันออกมาลอยเป็นมันย่องไปทั้งอ่างล้างหน้า มิเชลต้องรีบเผ่นออกไปตั้งหลักข้างนอกเพราะแกเกิดอยากอาเจียนตามภาพที่เห็น แม่บุญนั่งพับอยู่กับโถส้วมนั่นเอง..จะรอดไหมเนี่ย ??


หลังอ้วกแบบสุด ๆ มานั่งรับลมหน่อย

หลังจากอ้วกแบบโลกาวินาศ เรี่ยวแรงทั้งหมดหดหายไปทันที รีเชฟชั่นกลับมาอีกครั้งพร้อมน้ำชา คราวนี้แม่บุญขยาดไม่กล้าดื่ม แต่เธอบอกว่าต้องดื่มล้างพิษในท้องให้หมดจะได้หาย เอา..ก็เอา ดื่มอีกครั้งคราวนี้ได้รสหวานจากน้ำตาล เขาคงกลัวช็อคเลยใส่น้ำตาลมาในชาด้วย คราวนี้มีอาการปวดท้องอย่างเดียวแต่ไม่อาเจียนอีก ..


แม่บุญสลบไสลอยู่บนเตียงนั่นเอง เย็นนั้นเลยอดข้าวเย็นกันทั้งคู่ มิเชลเป็นห่วงแต่ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นอนเป็นเพื่อนอยู่ใกล้ ๆ คืนนั้นแม่บุญหลับเป็นตายเพราะเหนื่อยจากถีบจักรยานและจากการอ้วกแบบถล่มทลายท้อง พรุ่งนี้เราต้องเดินทางไกลกันแล้ว สาธุ...อย่าให้เป็นอะไรมากกว่านี้เลย

24/6/53

เที่ยวหมู่บ้านกลางทะเลสาบอินเลอีกครั้ง 2


แม่บุญหนีมิเชลเที่ยวคนเดียว




  ชาวบ้านกลับจากทำงาน



หมู่บ้านกลางทะเลสาบ


                เราเดินกลับมาเอาจักรยานที่ร้าน ขอบคุณที่เขาใจดีให้เราจอดเสียนาน ระหว่างทางเห็นชาวบ้านกำลังเอาควายลงนาเพื่อดำนา คิดถึงยายอีกแล้วเรา .. ยายของแม่บุญมีที่นามากมาย แต่มีลูกสาวคนเดียว ไม่เคยยอมให้ลูกทำนาเหมือนตัวเอง แม่..เลยทำนาไม่เป็น พอยายตาย แม่..เลยยกนาให้ญาติหมดเลย ตัวเองได้รับส่วนบุญเวลาเขาเกี่ยวข้าวแล้ว เรียกให้เอารถไปใส่ข้าวหลายกระสอบมากินกันทุกปี

กลับโรงแรมกันเถอะ..เริ่มค่ำแล้ว คราวนี้ปั่นกันแบบไม่หยุด ระหว่างทางเจอชาวเนเธอร์แลนด์สองคนสามีภรรยา บอกว่าเดินทางเที่ยวทุกพื้นที่ของพม่าด้วยจักรยาน นับถือพี่แกจริง ๆ เพราะลำพังรถเช่าแบบเรายังแทบแย่ นี่ปั่นกันทั้งวัน คนประเทศนี้เขาคงเกิดมาพร้อมล้อจักรยานแน่ ๆ แม่บุญว่า ที่เบลเยี่ยมเขาก็ปั่นกันเยอะเหมือนกัน

              อีกทีเจอชาวจีน ผู้หญิงสาวสองคน อยากจะบอกว่ากลับเถอะเพราะระยะทางไกลและเกือบค่ำแล้ว อันตราย..เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า แต่ยังไม่ได้พูดเพราะพวกเขาปั่นไปไกลแล้ว..ตัวใครตัวมันก็แล้วกัน กลับมาถึงโรงแรมประมาณห้าโมงครึ่ง ได้คืนจักรยานให้พนักงานถีบกลับบ้านพอดี

เที่ยวหมู่บ้านกลางทะเลสาบอินเลอีกครั้ง

ถนนหนทางค่อนข้างขุระขระ หลบหลุมกันแบบจักรยานวิบากก็ไม่ปาน บางครั้งมีรถสวนทางมาต้องลงเดินเพราะฝุ่นฟุ้งไปหมด กว่าจะไปถึงอาหารที่กินมาก็ย่อยหมดพอดี เราไปถึงทางแยกเข้าหมู่บ้าน แต่เราเลี้ยวออกไปด้านที่มีสะพานข้ามไปหมู่บ้านในทะเลสาบ แต่ต้องจอดจักรยานฝากไว้กับร้านขายของชำ แล้วเดินต่อเข้าไป สะพานยาวสุดสายตาที่เห็นจะไปสิ้นสุดที่ไหนหนอ ??? สีน้ำกับฟ้าไม่แตกต่างกันเลย มิเชลเหนื่อยเพราะแดดร้อนมาก เลยขอนั่งพักที่ศาลาริมน้ำ ลมพัดเย็นสบายจนแกขอนอนแทน




                                        สะพานที่ทอดยาวสุดสายตาไปที่หมู่บ้านกลางน้ำ

แม่บุญขอเดินไปให้สุดสะพานเพราะอยากรู้ว่าที่สุดแล้วจะไปถึงไหน เดินไปจนสุดสะพานจริง ๆ คราวนี้ต้องหยุด เพราะหมู่บ้านเล็ก ๆ ข้างหน้าใช้เรือในการสัญจร ไม่นานก็มีเด็กผู้ชายอายุไม่เกินสิบห้า ถามแม่บุญว่าอยากนั่งเรือเที่ยวรอบ ๆ หมู่บ้านไหม เขายินดีพายเรือให้ เพียงแต่ให้ค่าบริการนิดหน่อย ฟังแล้วก็ใจอ่อนไปก็ไป มองกลับไปที่ศาลาไกลลิบ ๆ มิเชลคงยังนอนอยู่..ไปนั่งเรือเที่ยวดีกว่า



                                              เป็นครั้งแรกที่เห็นผู้หญิงพายเรือที่นั่น

มองดูวิธีการพายเรือด้วยเท้าแล้วก็อดทึ่งไม่ได้ ฟังเสียงไม้พายตวัดผ่านน้ำไปมาช่างเพราะเสียจริง เรือลอยลำไปช้า ๆ เหมือนจะให้แม่บุญได้เก็บภาพต่าง ๆ ไว้ในความทรงจำให้มากที่สุด ตอนเรือผ่านไปตามบ้านต่าง ๆ เด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ กำลังอาบน้ำ เขาอายแม่บุญรีบใส่เสื้อ แต่ใส่ลองจีผืนเล็กไม่ทัน เด็กน้อยรีบนั่งลงบนกาบเรือแล้วเอาผ้ามาคลุมตักไว้ แม่บุญอดถ่ายรูปน่ารักนี้ไว้ไม่ได้ ได้แต่หัวเราะหึ ๆ คนเดียว เด็กหนอเด็ก ช่างไร้เดียงสาเสียจริง


                                                   เด็กน้อยพายเรือเป็นตั้งแต่เด็ก


ภาพถัดมาเป็นภาพด้านหลังผู้ชายคนหนึ่ง ที่กำลังใช้เท้าพายเรือไปข้างหน้า ภายในเรือมีต้นหญ้ามากมาย สงสัยจะเอาไปมัดทำเป็นสวนกลางน้ำแน่ ๆ ยังมีภาพคุณยายนั่งอยู่ริมหน้าต่างมองคนแปลกหน้าอย่างแม่บุญแล้วยิ้มให้ อีกหน้าต่างหนึ่ง ..เด็กเล็ก ๆ สามสี่คนแย่งกันยื่นหน้าออกจากหน้าต่างยิ้มและโบกมือให้ ภาพบ้านทำด้วยไม้ไผ่กลางน้ำ ฯลฯ
หาแบบนี้ที่ไหนไม่ได้แล้ว แม่บุญถ่ายรูปอย่างลืมตัว ลืมเวลา จนหนุ่มน้อยบอกว่าจะไปส่งที่ศาลานั่นแหละถึงนึกได้ว่ามิเชลคงตื่นแล้ว


สัญญลักษณ์ของทะเลสาบอินเล




มิงกะลาบา





                                                      บ้านน้อยกลางน้ำ


ระหว่างทางเห็นเรือโดยสารที่บรรทุกชาวอินทากลับจากงานมาขึ้นที่ท่าเรือใกล้ ๆ แม่บุญให้ค่าเหนื่อยเด็กหนุ่มแล้วขอบคุณที่เขาพามาดูสิ่งสวยงาม เขาได้แต่ยิ้มและพายเรือจากไป แม่บุญรีบเล่าให้มิเชลฟังว่าไปเจออะไรมา คราวนี้พี่แกอยากไปบ้าง...แต่สายเกินไป เรามองดูนาฬิกา กะเวลาปั่นจักรยานกลับอีก ๑๐ กว่ากิโล ไปถึงโรงแรมค่ำพอดี ได้แต่ปลอบใจกันว่าถ่ายรูปไว้เยอะค่อยดูทีหลังก็แล้วกัน



                                                                       มิเชล...

ทำบุญบ้านกับชาวบ้านพม่า 2

เครื่องปรุงที่เห็นมีเพียงเกลือกับถั่วเน่า รสเปรี้ยวได้จากมะเขือเทศที่ใส่กันแบบไม่ยั้งมือ เหมือนที่แม่บุญได้ยินแม่พูดบ่อย ๆ ว่าทำกับข้างต้องให้ถึงเครื่องไม่งั้นไม่อร่อย ... จำกันไว้นะ เสร็จจากการเตรียมอาหาร พระท่านมาพอดี เขาเลยมาเชิญเราทั้งคู่ไปฟังพระสวดบนบ้าน


บ้านไม้หลังเล็กใต้ถุนสูง มีบันไดสี่ห้าขั้น จากนั้นเป็นห้องโถงกว้าง รอบ ๆ มีตู้ไม้ไว้ใส่ข้าวของต่าง ๆ มีเครื่องบูชาพระ บูชาผีบ้านผีเรือน รอบ ๆ ผนังเป็นไม้ขัดฝาโปร่งผสมไม้ไผ่ ติดรูปดาราคนโปรด พร้อมปฏิทินติดไว้หลายแบบ มองไปทางไหนก็ไม่เห็นความแตกต่างกับบ้านทางภาคอิสานของไทยสมัยก่อนเลย ตอนเป็นเด็กไปเยี่ยมยาย ๆ ก็มีบ้านแบบนี้เหมือนกัน จะมีเพิ่มก็ชานเรือนที่ใช้เลี้ยงตัวไหมไว้ทอผ้าไหม และผ้าผ้ายไว้นุ่งเท่านั้นเอง



                                                            พระกำลังทำพิธีสวดมนต์

แม่บุญเลือกนั่งตรงมุมที่จะสามารถมองเห็นกิจกรรมทุกอย่างได้หมด ชาวบ้านที่มามองมาที่แม่บุญแล้วบอกว่าหน้าเหมือนชาวพม่า...นั่นสินะ ที่พระธาตุอินทร์แขวนหลาย ๆ คนเข้าใจผิดมาแล้ว ตอนไปอินเดียก็ว่าหน้าเหมือนคนอินเดีย เหมือนคนฮ่องกง สิงคโปร์ อินเตอร์ฯ ซะไม่มี บอกว่าเป็นคนอิสานกลับไม่มีใครเชื่อ ..น่าจะมีเชื้ออื่นปน ๆ นะ ..ว่ากันไป

พูดถึงชื่อของชาวพม่านี่ก็แปลก ๆ อย่างเด็ก ๆ เขาจะตั้งชื่อ เช่น มูมู มิมี่ แยะแยะ ฯลฯ ชื่อซ้ำกันสองพยางค์แบบนี้ ฟังดูตลกดี



                                         หนูน้อยเสื้อเขียวชื่อ มิมี่ เหมือนชื่อเล่นมิเชล เลย


แม่บุญตั้งอกตั้งใจฟังพระสวดเป็นพิเศษเพราะอยากรู้ว่าท่านสวดเป็นภาษาบาลี สันสฤตเหมือนพระไทยหรือเปล่า ??? ใช่เลย เหมือนกัน แต่สวดทำนองต่างกันเท่านั้น แม่บุญเองชอบทำบุญ ไหว้พระสวดมนต์เหมือนกัน พอท่านสวดเลยพูดตามได้ เล่นเอาชาวบ้านมองกันแบบแปลกใจ พอพระสวดเสร็จถามแม่บุญกันใหญ่ว่า..สวดได้ด้วยหรือ ?? แหม๋..จะว่าคุย สวดได้สิ แต่ก่อนมาเบลเยี่ยมใหม่ ๆ สามีไปทำงาน นั่งสมาธิ สวดมนต์แทบทุกวัน ไม่งั้นไม่รอด..เพราะต้องปรับตัว ปรับใจ ธรรมะ..เหนือกว่าสิ่งอื่นใด ใครจะทำแบบแม่บุญได้เลย




                                          ภายในบ้านหลังน้อยที่เราได้แวะไปร่วมทำบุญ

ลืมเล่าไปว่า เวลาพระท่านสวดบางครั้งท่านจะเปลี่ยนเป็นท่านั่งยอง ๆ เหมือนหลวงพ่อคูณ ที่โคราชเลย บางครั้งก็นั่งธรรมดา สงสารมิเชลนั่งพับขาไม่เป็น แถมไม้กระดานแข็ง ๆ ไม่มีเบาะรองอีกต่างหาก งานนี้แกได้บุญไปเยอะ ถ้าไม่มีบุญเก่าทางพุทธศาสนาแกคงทำไม่ได้หรอก วันดีคืนดี แกก็พูด อรหัง สัมมาสัมพุทธัสสะ ..อยู่คนดียว..ถามว่าพูดทำไม แกบอก คิดถึงหลวงพ่อที่วัดไทยธรรมาราม..เอากับแกสิ

แล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง ..อาหารแปลก ๆ มากมายวางอยู่ข้างหน้า รอให้ชิมและกินแบบไม่อั้นตามคำเชิญของเจ้าของบ้าน งานนี้ขาด เลอะเพ็ตโต๊ะ ยำสารพัดถั่วกับใบชาไม่ได้ ลองกินแล้วอร่อยทีเดียว แม่บุญเลือกกินปลาทอด และแกงที่ทำจากปลาตากจนแห้ง รสชาติคล้ายแกงเผ็ด น้ำมันเยอะจัง..ส่วนมิเชลกินแกงที่ทำจากเนื้ออะไรไม่รู้เพราะไม่ได้กินด้วย จานอื่น ๆ เราชิมนิด ๆ หน่อย ๆ เพราะไม่คุ้นเคย ตบท้ายด้วยของหวาน ผลไม้ และชาร้อน..แบบพม่า


กินเสร็จปาเข้าไปเกือบบ่ายสอง ระยะทางที่จะไปเที่ยวอีกตั้งสิบกว่ากิโลเมตร ตกลงเลยร่ำลาเจ้าของบ้านและทุก ๆ คนที่ใจดีให้เราได้มีโอกาสร่วมทำบุญด้วย ก่อนกลับเราสัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมอีกครั้ง คราวนี้ได้ถีบจักรยานกับท้องที่หนักอึ้งด้วยอาหารไปที่หมู่บ้านไกลออกไป ....

23/6/53

ทำบุญบ้านกับชาวบ้านพม่า

๒๕ มกราคม ๒๕๕๓


เราตื่นเช้ากันด้วยความสดใส เพราะอากาศดีจริง ๆ ได้ยินเสียงไก่ขันตอนเช้าด้วย หลังอาหารเช้า แม่บุญกับมิเชลถามรีเชฟชั่นเรื่องขอเช่ารถจักรยาน เพราะที่จริงเป็นจักรยานของพนักงานที่มาจอดไว้ จะใช้อีกทีก็ตอนกลับบ้าน อย่ากระนั้นเลยเอามาหารายได้พิเศษเพิ่มเติมดีกว่า จำไม่ได้ว่าจ่ายตังค์ค่าเช่าเท่าไหร่ รู้แต่ว่าไม่แพงเลย เก้าโมงกว่า ๆ เราก็ออกเดินทางไปที่หมู่บ้านที่แม่บุญอ่านในหนังสือคู่มือเดินทางว่าสวยงามมาก ๆ ตั้งอยู่อีกด้านหนึ่งของทะเลสาบอินเล


พร้อมแล้วสองนักท่องเที่ยวก็บึ่งจักรยานคนจน ไม่ต้องใช้น้ำมันไปตามทางด้านหลังโรงแรม ถีบไปได้จนถึงหน้าวัดจอดถามทางให้แน่ใจเสียหน่อย พอดีมีผู้ชายวัยกลางคนเดินข้ามถนนหน้าวัด เราเลยถามทาง เขาอธิบายอย่างใจดี พูดภาษาอังกฤษได้ดีเสียด้วย คงเป็นเพราะบุญบันดาล..อีกแล้ว เพราะเขาชวนเราอยู่ร่วมงานทำบุญบ้าน พร้อมอธิบายว่าพึ่งไปนิมนต์พระจากวัด ถ้าเราไม่มีธุระปะปังที่ไหน ให้แวะมาดูวัฒนธรรมแบบพม่าและชวนกินข้าวด้วยกันอีกต่างหาก


                                             ทา ทานาคา ก่อนพระมาจะได่หล่อ ๆ


งานนี้เราสองคนหูผึง...ตามเคย ใครจะนึกว่าอยู่ ๆ จะมีโอกาสได้ร่วมทำบุญกับชาวบ้านแบบนี้ ว่าแล้วก็ลงจูงจักรยานเดินตามชายใจดีข้ามถนนไปอีกหน่อยก็ถึงบ้านเขาแล้ว ภายในบริเวณบ้านนอกจากเจ้าของบ้านและลูก ๆ หลาน ๆ แล้ว ยังมีเพื่อนบ้านใกล้เคียงมาร่วมช่วยทำอาหารเลี้ยงพระกันกลางลานดินข้างบ้านนั่นเอง งานนี้ของชอบของแม่บุญ เผื่อจะได้วิธีการทำอาหารแบบพม่าไปทำกินบ้าง
 
 

หลานสาวเจ้าของบ้าน มิมี่ กำลังแต่งหน้า

 
ว่าแล้วก็ขออนุญาตเจ้าของบ้านร่วมนั่งดูกรรมวิธีการทำอาหารแบบพื้นเมืองแท้ ๆ กันเลย ส่วนมิเชลยืนคุยอย่างออกรสกับเจ้าของบ้าน เสียงอธิบายไกล ๆ ว่ามาจากไหน มาทำอะไร เหมือนทุกครั้งที่มีคนถามเราทั้งคู่ แรก ๆ มิเชลแปลกใจที่เขาถามว่าจะไปไหน เพราะคนยุโรปเขาถือเป็นเรื่องส่วนตัว แต่คนเอเชียถือเป็นเรื่องปกติ จะถามเมื่อไหร่ก็ได้ หลังจากไปเมืองไทยทุกปี พี่แกเลยได้คำตอบแบบสุภาพว่า...คุณมิเชลไปธุระ ??? แบบนี้ไง
 
 

                                                        มิเชล..มาจากเบลเยียมครับ


เตาสำหรับทำอาหารข้างหน้าแม่บุญ ทำจากก้อนอิฐสี่ก้อน ตรงกลางมีฟืนที่ถูกไฟเผาจนร้อนได้ที่ กะทะที่ใส่น้ำมันจนท่วมตัวปลานิล ผู้หญิงอีกคนกำลังเคล้าเกลือกับขมิ้นบนตัวปลาเพื่อลดความคาวลง พอกระทะร้อนได้ที่ก็จับปลาลงทอดเสียงดังฉ่า.... ใกล้ ๆ กันอีกสองคนกำลังใช้กรรไกรตัดมะเขือเทศให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เขาไม่ยักใช้เขียง กับมีด แปลกตาดีเหมือนกัน อีกคนกำลังโขลกพริกทำเครื่องแกง ดูคล้าย ๆ อาหารทางภาคเหนือ น้ำพริกอ่อง..



ทำอาหารกลางลานแบบเปิดโล่ง



เขาไม่หั่นมะเขือเทศ แต่ใช้กรรไกรแทนมีด 




ปลานิลทอดขมิ้นร้อน ๆ




แกงเผ็ด ???

22/6/53

ถึงเวลาต้องจาก ทะเลสาบอินเล 2


                                                 วิวระหว่างทางนั่งเรือกลับที่พัก



ตอนที่เรือเริ่มเข้าเขตคลองเล็ก ๆ ที่นั่งผ่านกันเมื่อเช้า เห็นควายหลายๆ ตัวเดินเรียงเป็นระเบียบกลับคอก บางตัวนอนเคี้ยวหญ้าอย่างสบายอารมณ์ คงสบายจริง ๆ กับบรรยากาศรอบตัว แอบอิจฉาควายที่ได้อยู่ที่ดี ๆ แบบนี้...มิเชลเป็นคนพูดจ้า


                                     ถึงเวลากลับบ้านพักผ่อนหลังงานหนัก





กลับมาถึงโรงแรม ล่ำลาไซ ที่จะไปบ้านเพื่อนกินอาหารกันอีก ส่วนเราสองคนฝากท้องไว้กับร้านในเมืองเหมือนเมื่อวาน ค่ำนั้นเราสองคนพูดถึงแต่เรื่องทะเลสาบอินคา เป็นความประทับใจที่เราสองคนไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะมาเจอ...พรุ่งนี้เราจะเที่ยวรอบ ๆ หมู่บ้านไม่ไกลจากที่นี่ เล็ง ๆ ไว้แล้วว่าจะเช่าจักรยานของโรงแรมไป เจอกันพรุ่งนี้นะ ...


มิเชล ไซ และเพื่อนที่ขับเรือบริการ

ถึงเวลาต้องจาก ทะเลสาบอินเล